3
Feb

หญิงสาวปากฉีก ตำนานปีศาจที่โด่งดังของญี่ปุ่น

   

    เป็นปีศาจตามตำนานเรื่องเล่าของญี่ปุ่นผู้ซึ่งผู้สามีของตัวเองทำร้ายโดยการใช้มีดฟันที่ปาก ตำนานของหญิงปากฉีกนั้นถูกเล่าต่อๆกันมาจนโด่งดังมากถึงปัจจุบัน ยังให้เกิดความตื่นตระหนกในหลายหัวเมือง ถึงขนาดที่มีรายงานข่าวว่าโรงเรียนต้องจัดครูคุ้มกันนักเรียนจนถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ และเจ้าพนักงานตำรวจต้องเพิ่มเวรยามรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน

ตำนานดั้งเดิมของหญิงปากฉีก ว่าด้วยมีหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งไม่ซื่อสัตย์ต่อสามีของตน สามีรู้เข้าจึงใช้ดาบซามูไรฟันเข้าที่ปากของหญิงสาวจนถึงใบหู หญิงสาวตายอย่างทรมานและอาฆาตแค้นสามีของตนจึงหลอกหลอนสามีรวมถึงผู้คนในระแวกนั้น

จนถึงช่วงยุค พุทธทศวรรษ 2500 ตำนานสาวปีกฉีกกลับมาเป็นที่ร่ำลือกันอีกครั้ง ว่ากันว่า เด็กบางคนเมื่อเดินอยู่ลำพังในยามวิกาลอาจพบหญิงสาวคนหนึ่งสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อป้องกันมิให้คนอื่นติดโรคของตัวไปด้วย หญิงนั้นจะหยุดเดินและถามเด็กว่า “ฉันสวยไหม” ถ้าเด็กบอกปัด หญิงนั้นจะล้วงกรรไกรออกมาตัดปากเด็กจนถึงแก่ความตาย ถ้าเด็กตอบรับ หญิงนั้นจะปลดหน้ากากอนามัยออก และยิ้มให้เด็กชมดู เผยให้เห็นปากที่ถูกแหวะจนถึงใบหูมีโลหิตท่วม แล้วถามเด็กนั้นอีกว่า “แล้วตอนนี้ฉันสวยไหม” ถ้าเด็กว่าไม่ หญิงนั้นจะล้วงกรรไกรมาตัดร่างกายเด็กออกเป็นสองท่อน ถ้าว่าใช่ หญิงสาวจะมอบความสวยงามให้แก่เด็กนั้นบ้างโดยเอากรรไกรตัดปากเด็กจนถึงใบหูเสีย ทำให้เด็กมีปากที่ฉีกเหมือนเธอ เด็กไม่อาจวิ่งหนีหญิงคนนั้นพ้นได้ เพราะหญิงสาวจะปรากฏต่อเด็กอีกจนกว่าจะได้ฆ่าเด็กผู้นั้นได้สำเร็จ

3
Feb

ผีในชาติต่างๆ

   หากพูดถึงผีนั้นเราคงนึกถึง ผีในรูปแบบต่างๆในหนังผีที่ชอบโผ่ลออกมาให้ตกใจ ซึ่งผีแต่ละชาตินั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันตามความเชื่อของคนชาตินั้น

ญี่ปุ่น ผีญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นความเชื่อของปีศาจซึ่งปีศาจในญี่ปุ่นมีมากมาย ที่เรารู้จักกันเช่น ผีสาวปากฉีก, ฮานาโกะซัง, โอนิบาบา, เทะเกะ เทะเกะ ซึ่งเป็นตำนานเล่าขานกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในหนังผีนั้นส่วนมากจะเป็นผีผู้หญิง ผมคลุมหน้า หรือมีตัวขาวซีด เช่น ผีคายาโกะ, ผีซาดาโกะ

เกาหลี ผีเกาหลีนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผีผู้หญิงผมยาวและมักสวมชุดฮันบก มีตัวที่ขาวซีดมีเลือดออกจากปากและจมูก เชื่อกันว่าคือผู้หญิงที่ตายด้วยแรงอาฆาต หรือ ถูกทิ้งจนต้องฆ่าตัวตาย ผีโบราณอีกชนิดหนึ่งของเกาหลีคือผีหัวไข่ลักษณะจะใส่ชุดขาว หัวโตไม่มีตา จมูก ปาก ก็เลยเรียกผีหัวไข่ เป็นผีที่ไม่พูด แบกของเดินไปมา สามารถเจอได้ตามทางเดินบนภูเขา หรือ ซอยในทางกลับบ้านที่ไม่มีคนเดิน

จีน ผีจีนนั้นเรามักจะคุ้นเคยและคิดเสมอว่าผีจีนส่วนใหญ่ที่เป็นผีกัด มีลักษณะเป็นผีดูดเลือดคล้ายแวมไพร์หรือแดรกคูล่า ผีกัด หรือ เจียงซือเป็นความเชื่อในทางไสยศาสตร์ของลัทธิเต๋าหรือเหมาซาน ชาวจีนมีความเชื่อว่า เมื่อมีผู้ตายลง ศพจะต้องถูกฝังในบ้านเกิด ในสมัยโบราณการคมนาคมเป็นไปอย่างลำบาก จึงมีการทำพิธีปลุกศพให้ลุกขึ้นมากระโดดตามตัวเป็นขบวน โดยมีการการสั่นกระดิ่งเป็นเครื่องให้จังหวะ ซึ่งถือว่าเป็นพิธีลับห้ามให้ผู้คนทั่วไปเห็น

ไทย ตามความเชื่อคือคนที่ตายโหงหรือตายด้วยความห่วงหา ทำให้วิญาณไม่ไปไหนและยังวนเวียนอยู่บริเวณนั้น หรือผีไทยเกิดจากคนที่ชอบเล่นไสยศาสตร์ มนต์ดำ จนไม่สามารถควบคุมได้จนต้องกลายเป็นผี อย่าง ผีโพง ผีกะ ผีปอบ