3
Feb

สำรวจสุสานใต้ดิน ปารีส

 

   เราได้เห็นฉากสุสานใต้ดินผ่าน ภาพยนตร์ระทึกขวัญ As Above So Below มาแล้ว ซึ่งสุสานใต้ดินนั้นมีอยู่จริงและมันอยู่ใต้เมืองปารีสจริงๆ สุสานใต้ดินแห่งนี้มีชื่อว่า Paris Catacombs สถานที่ซึ่งเป็นบ้านหลังสุดท้ายของร่างไร้วิญญาณกว่า 6,000,000 ชีวิต กับเรื่องเล่าขานความเฮี้ยนของสุสานใต้ดิน สถานที่ล่อใจคนชอบลองของ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ท้าให้นักท่องเที่ยวผู้กล้าได้ลองสัมผัส

ย้อนกลับไปในประเทศฝรั่งเศส กรุงปารีสเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ในศตวรรษที่ 17 ผู้คนที่เริ่มมีมากขึ้นและคนตายก็มากขึ้นไปด้วยจนทำให้สุสานเริ่มขาดแคลนที่ว่างในการฝังศพ เนื่องจากสุสานที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเริ่มมีเนื้อที่ในการฝังศพน้อยลง เมื่อไม่มีที่ฝังศพทางการจึงเริ่มนำศพวางไว้บริเวณใกล้เคียงกับหลุมศพทั้งหลาย จนเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นของศพและเชื้อโรค

ปี 1780 เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจนทำผนังของสุสานเลอ แซงโนซ็อองพังถล่มลงมา ทำให้ศพที่กำลังเน่าเปื่อยร่วงลงไปในย่านชุมชนจนทางการเริ่มเข้ามาแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ จนในปี 1786 เจ้าของเหมืองถ่านหินผู้ศรัทธาในคริสตศาสนา ได้อุทิศเหมืองให้ใช้เป็นสุสานแห่งใหม่พระเจ้าหลุยส์ที่สิบหกจึงมีการสนับสนุนการเคลื่อนย้ายศพเหล่านี้เข้าไปยังเหมืองเก่าของปารีส เวลาผ่านไปนับสิบปีการเคลื่อนย้ายศพถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆ จำนวนร่างไร้วิญญาณที่ถูกเคลื่อนย้ายมาไว้ที่นี่ก็เพิ่มทวีขึ้นหลายเท่าตัว จนต้องใช้วิธีการวางเรียงซ้อนกันขึ้นจนเป็นผนังหัวกะโหลกและกระดูกสูงท่วมหัว ส่วนศพของผู้เสียชีวิตใหม่ก็ถูกลำเลียงมาไว้ในนี้เช่นกัน และการเคลื่อนย้ายก็เสร็จสิ้นลงในปี 1860

ในปัจจุบัน สุสานใต้ดินแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมสถานที่ซึ่งคนใจกล้าเท่านั้นที่กล้าเข้าไปลองชมสถานที่ซึ่งมีโครงกระดูกของร่างไร้วิญญาณจำนวนมาก

แปลและเรียบเรียงโดยทีมงาน sbo ประเทศไทย

30
Sep

ผีแม่หม้าย

จากเรื่องเล่าของชาวบ้านว่ามีชายฉกรรจ์อายุตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไปจนกระทั่งก่อนวัยชราเกิดอาการนอนหลับแล้วเสียชีวิต ภาษาอีสานเรียกอาการนี้ว่า ไหลตาย อาการนี้คนโบราณเชื่อว่าเป็นเพราะวิญญาณผีแม่หม้ายมาเอาตัวไป เรื่องราวอย่างนี้เกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะที่ภาคอีสาน ความเชื่อจากคนโบราณว่าผีแม่หม้ายครั้งเป็นหญิงมีความชั่วชอบไปเป็นชู้กับสามีคนอื่น ทำให้สามีภรรยามีอันต้องแยกทางกัน บ้างก็ว่าเคยรับกรรมให้เป็นโสเภณี พอตายไปจิตแห่งกามตัณหายังอยู่ไม่ละทิ้งทำให้ไม่ได้ไปเกิดแล้วกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนจากความเชื่อจากคนโบราณว่าลักษณะผีแม่หม้ายมีผมยาวพอประมาณมาจรดที่บ่า รูปร่างทรวดทรงสวยงามจนกระทั่งต้องตาชายที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไป แล้วผีแม่หม้ายจะสู่สมจนกระทั่งพลังจากชายคนที่เผลอหลงเสน่ห์จนชายคนนั้นนอนตายตอนกลางคืนอย่างไม่ทราบสาเหตุเพราะเชื่อว่าผีแม่หม้ายออกอาละวาดในเวลากลางคืนแล้วหาชายหนุ่มไปเป็นสามีในเมืองผี เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความกลัวแก่ชาวบ้านมาก และในที่สุดจะหาทางป้องกันโดยวิธีต่าง ๆ นานา  วิธีแก้ของชาวบ้านคือให้ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้าน ทาเล็บสีแดงที่นิ้วก้อย และแต่งตัวทาปากเป็นหญิงเพื่อให้ผีแม่หม้ายเข้าใจผิด ป้องกันไม่ให้ผีแม่หม้ายสู่สมเอาตัวไป วิธีที่สองทำหุ่นไล่กาแบบแต่งตัวผู้ชาย นำไม้เนื้ออ่อนมาแกะสลัก เป็นรูปปลัดขิกขนาดยาวจนกระทั่งสังเกตได้ชัด ทาด้วยสีแดงนำไปผูกติดด้านหน้าหุ่นไล่กา ความเชื่อจากคนโบราณเชื่อว่าผีแม่หม้ายตั้งแต่ตอนสาวนั้นมีความต้องการทางเพศสูงจะเสพสมกับปลัดขิกที่ผูกติดอยู่แทน

10
Apr

ฝักทองสัญลักษณ์ประจำฮาโลวีน ตอนที่ 2

ต่อจากตอนที่ 1…. เมื่อปีศาจให้คำสัญญากับแจ็คว่าจะไม่รังควาญแจ็คเป็นเวลา 10 ปี แจ็คจึงลบไม้กางเขนออก ปีศาจเจ็บแค้นมากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะคำสัญญา เวลาต่อมา แจ็ค เสียชีวิตลงซึ่งยังไม่ครบกำหนด 10 ปี ด้วยความเห็นแก่ตัวของแจ็ค ทำให้พระเจ้าไม่สามารถนำแจ็คขึ้นสวรรค์ได้ ขณะที่ปีศาจเองก็ไม่สามารถนำแจ็คลงนรกได้เนื่องจากคำสัญญายังไม่ถึง 10 ปี ดำนั้นด้วยความโกรธแค้นของปีศาจ จึงสาปแจ็คไปอยู่ในโลกที่มืดมิด มีเพียงถ่านติดไฟไว้นำทางเท่านั้น แจ๊คจึงนำถ่านนั้นไปใส่ในหัวผักกาดแกะสลักและล่องลอยไปมาบนโลกนับจากนั้นเป็นต้นมา…. นับตั้งแต่นั้นชาวไอริชจึงเรียกวิญญาณของแจ็คว่า Jack of the Lantern หรือเรียกชื่อสั้นๆว่า Jack O’Lantern

โดยการแกะสลักผลไม้นั้นเริ่มมาจากชาวไอริชในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งนำผลไม้และผักต่างๆมาแกะสลักเป็นรูปหน้าปีศาจและนำเทียนจุดไว้ภายในผลไม้และคว้านไส้ออก แล้วไปวางไว้หน้าบ้านในวันฮาโลวีนเพื่อขับไล่วิญญาณของแจ็คโจมตระหนี่ การแกะสลักผลไม้เริ่มเผยแพร่ไปยังสหรัฐและยุโรปในเวลาต่อมา การใช้ฝักทองนั้นเริ่มที่อเมริกา เนื่องจากเป็นผลไม้พื้นเมือง หาง่ายและแกะสลักง่ายจึงนิยมนำมาใช้แกะสลัก แล้วนำเทียนมาวางไว้ในฝักทองนับตั้งแต่นั้น โดยการแกะสลับฝักทองนั้นตามบ้านจะแกะสลักตามความคิดของแต่ละคน โดยจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ เมื่อยามค่ำคืนทุกบ้านจะนำไปวางที่หน้าบ้านแล้วจุดเทียนสวยงามมาก โดยบ้านหลังไหนที่มีฝักทอง เหล่าเด็กๆที่แต่งตัวเป็นผีก็จะไปเคาะประตูบ้านหลังนั้นๆเพื่อขอลูกอมและขนมหวาน

10
Apr

ฝักทองสัญลักษณ์ประจำฮาโลวีน ตอนที่ 1

ในแถบฝั่งตะวันตก และยุโรป มีเทศกาลปล่อยผีทุกๆปี อย่างเช่น วันฮาโลวีน ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี วันฮาโลวีนนั้นมีความเชื่อว่าเป็นวันที่นรกได้ปลดปล่อยวิญญาณออกมาสู่โลกมนุษย์ ซึ่งมีทั้งวิญญาณของบรรพบุรุษของครอบครัวนั้นๆ หรือแม้แต่ซาตาน วิญญาณร้ายที่ออกมาเอาชีวิตของมนุษย์ โดยความเชื่อว่าหากตกแต่งบ้านด้วยของประดับน่ากลัวจะทำให้วิญญาณร้ายเข้าใจว่านี่คือบ้านของคนตาย นอกจากวันฮาโลวีน ที่มีคนแต่งตัวเป็นผีกันอย่างสนุกสนานแล้ว ฝักทองนั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีนซึ่งทุกบ้านต้องมี แล้วฝักทองเกี่ยวอะไรกับวันฮาโลวีน

ฝักทองวันฮาโลวีนนั้นเกิดขึ้นมานานหลายศตวรรษแล้ว โดยชาวบ้านจะนำฝักทองมาคว้านไส้ออกแล่วสลักเป็น ดวงตา จมูก ปาก แล้วมีการจุดเทียนไว้ภายในฝักทอง ซึ่งเรียกว่า Jack O’Lantern มาจากนิทานเก่าแก่ของชาวไอริช เล่าว่า

ชายโจมตระหนี่และเห็นแก่ตัวชื่อว่า แจ็ค ได้เชิญปีศาจตนหนึ่งมาร่วมวงเหล้ากับเขาเพราะว่าแจ็คไม่อยากจ่ายค่าเหล้าจึงให้ปีศาจปลอมเป็นเหรียญ แต่ปีศาจไม่สามารถแปลงกายได้เนื่องจากแจ็คนำเหรียญใส่ไว้ใกล้กับไม้กางเขนแจ็คทำข้อตกลงว่าห้ามปีศาจก่อกวนแจ็คเป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้น แจ็คก็ล่อให้ปีศาจปีนต้นไม้เพื่อเก็บผลไม้ เขาแกะสลับไม้เป็นรูปไม้กางเขนทำให้ปีศาจไม่สามารถลงจากต้นไม้ได้ แจ็คจึงใช้อุบายให้ปีศาจสัญญาว่าจะไม่รังควาญเขาเป็นเวลา 10 ปี ปีศาจจึงสัญญาว่าจะไม่รังควาญเขาเป็นเวลา 10 ปี…โปรดติดตามตอนที่ 2

10
Apr

แม่นาคพระโขนง ตำนานความรักที่โด่งดังที่สุด ตอน 2

หลังจากที่ฝังศพแม่นาคได้ไม่นาน หมู่บ้านแถบนั้นก็ต้องเผชิญกับความกลัวกับวิญญาณของแม่นาคที่มาร้องเพลงกล่อมลูกรอคอยสามีกลับมาทุกวัน จนชาวบ้านระแวกนั้นต้องไม่เป็นอันทำมาหากิน บางคนก็ย้ายหนี ประจวบกับในช่วงนั้นเกิดโรคห่าระบาดหนัก มีศพคนตายลอยในลำน้ำเต็มไปหมด ยิ่งทำให้เพิ่มความน่ากลัวมากยิ่งขึ้น เมื่อถึงกำหนดปลดประจำการของนายมาก ถึงเวลากลับบ้าน ขณะที่เขาพายเรือตามลำน้ำเขาสังเกตบรรยากาศโดยรอบถึงความวังเวง จนถึงท่าน้ำหน้าบ้านเขาเห็นภรรยาอันเป็นที่รักอุ้มลูกอยู่ที่ท่าน้ำ เขาดีใจมากโดยไม่รู้เลยว่า ภรรยานั้นเสียชีวิตไปแล้ว

ชาวบ้านผ่านมาเห็นว่านายมากกลับมาแล้ว จึงพยายามบอกว่าภรรยาของเขาตายไปแล้ว และที่เขาอยู่ด้วยนั้นคือ ผี แต่นายมากไม่เชื่อและไล่ชาวบ้านที่กล่าวหาภรรยาตนออกไป เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อมีผู้เสียชีวิตโดยโรคห่าที่มากับน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่เตือนนายมากจนชาวบ้านเชื่อว่านี่คือฝีมือของผีแม่นาค

วันหนึ่งขณะที่นายมากกำลังซ่อมบันไดบ้าน และนางนาคกำลังทำกับข้าวอยู่ฉับพลันมีมะนาวหล่นลงใต้ถุนบ้าน เธอจึงเอื้อมมือยาวหยิบมะนาว ซึ่งเป็นจังหวะที่นายมากเห็นพอดี เขาเชื่อแล้วว่าภรรยารักของตนได้ตายไปแล้ว เขาได้หนีไปอาศัยโบสถ์ของวัด บวกกับชาวบ้านพากันช่วยกันเผาบ้านแม่นาค ทำให้แม่นาคสำแดงฤทธิ์เดช ไล่ฆ่าชาวบ้าน ในที่สุดมีพระธุดงค์ผ่านมาท่านชื่อว่า หลวงพ่อโต ได้พูดคุยและบอกให้แม่นาคปล่อยวาง วิญญาณของเธอจึงสงบลง ส่วนนายมากก็บวชเป็นพระอุทิศส่วนกุศลให้แก่ภรรยาและลูกที่จากไป

10
Apr

แม่นาคพระโขนง ตำนานความรักที่โด่งดังที่สุด ตอน 1

หากกล่าวถึงผีไทยล่ะก็ หลายๆคนคงนึกถึงภาพของผีที่โด่งดัง เช่น ผีปอบ ผีตานี ผีตะเคียน หรือ ผีที่โด่งดังที่สุดที่ทุกคนรู้จักดีคือ แม่นาคพระโขนง เรื่องราวของตำนานผีที่โด่งดังที่สุดของไทย ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเรื่องราวความรักที่ความตายก็ไม่อาจพรากจากได้ เรื่องราวของ “แม่นาค” หญิงสาวแห่งบางพระโขนงซึ่งเสียชีวิตขณะคลอดลูก ทำให้วิญญาณยังคอยห่วงหาสามีผู้เป็นที่รัก เรื่องราวของเธอนั้นถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที รวมถึงภาพยนตร์ในรูปแบบต่างๆมากมาย

เรื่องราวในตำนาน : ในรัชสมัย ปลายรัชกาลที่ 4 เล่ากันว่ามีเศรษฐีคนหนึ่งบ้านอยู่ที่ตำบลพระโขนงมีลูกสาวที่สวยที่สุดในหมู่บ้าน ชื่อว่า “นาค” หรือ “อำแดง นาค” เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและมีจิตใจที่ดีงามเป็นที่รักของชาวบ้าน นาค มีหนุ่มมาติดพันหลายคน แต่เธอมีใจให้กับนายมาก หนุ่มชาวนายากจนผู้หนึ่ง ซึ่งมากเองก็เป็นคนขยันทำมาหากิน พ่อและแม่ของ นาค จึงยกลูกสาวให้กับนายมาก และไปปลูกบ้านใกล้ๆกับริมคลองพระโขนง ซึ่งเป็นเขตประเวศในปัจจุบัน ทั้งสองคนต่างขยันขันแข็งจนวันหนึ่ง นาค เกิดตั้งครรภ์อ่อนๆ สร้างความดีใจให้กับนายมาก แต่ความสุขก็อยู่ไม่นาน เมื่อนายมากได้รับหมายเรียกทหารไปเป็นทหารถึง 2 ปี ก่อนไปจึงฝากให้เพื่อนบ้านดูแล แม่นาค จนกระทั่งคลอดลูกปรากฏว่า ลูกในท้องขวางตัวไว้ แม่นาคเบ่งเท่าไหร่ก็ไม่ออก จนกระทั่งขาดใจตายพร้อมกับลูกในที่สุด  ชาวบ้านเชื่อว่า ผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยนมาก อีกทั้งศพของแม่นาคฝังอยู่ใต้ต้นตะเคียน 2 ต้นด้วย….โปรดติดตามต่อตอนที่ 2

3
Feb

ผีที่โด่งดังในยุโรป

   ในชาติยุโรปนั้นมีความเชื่อวิญญาณ โดยส่วนมากนั้นวิญญาณของยุโรปนั้นจะเป็นคนชนชั้นสูงหรือบุคคลสำคัญ รวมถึงผู้ที่ทำผิดต่างๆ จึงถูกลงโทษและสาปให้เป็นวิญญาณสิงสถิตอยู่ในที่แห่งนั้น ในยุโรปนั้นมีตำนานเรื่องราวมากมาย มีเรื่องใดบ้างไปชมกันเลย

นักล่าแห่งพงไพร เป็นตำนานพื้นบ้านของยุโรปที่นักล่ามักจะเป็นบุคคลที่ตายแล้วหรือเทวดาที่สามารถติดต่อโลกแห่งความตายได้โดยจะปรากฏตัวเป็นกองทัพ

ชายขี่ม้าหัวขาดเป็นปีศาจที่มีอยู่ในตำนานพื้นบ้านในช่วงยุคกลางโดยจะเป็นบุรุษขี่ม้าสีดำและไม่มีหัว ว่ากันว่า อดีตคือทหารร่วมรบในสงครามและหนีทัพ จนถูกจับได้และตัดสินโทษตัดหัว บางตำนานเล่าว่า มันจะไล่สังหารผู้คนโดยการตัดศีรษะ หรือบางตำนานเล่าว่าชายขี่ม้าหัวขาดมักใช้ฝักทองมาทำแทนหัวของตัวเอง

สุภาพสตรีสีขาว มักพบเห็นทั่วไปในชนบท เป็นลักษณะของหญิงสาวปรากฏกายในรูปแบบสีขาวโพลน ว่ากันว่า หญิงสาวผู้นี้ผิดหวังในความรักและตายในที่สุด วิญญาณของเธอมักนั่งรอคอยใครสักคนอยู่

บลัดดี้แมรี่ ตำนานผีอันโด่งดังเชื่อกันว่า เธอสามารถมองเห็นอนาคตของคนผู้นั้นผ่านกระจก ในทุกวันฮาโลวีนมักมีการเล่น บลัดดี้แมรี่ เพื่อให้เห็นเธอปรากฏในกระจก ถ้าคุณอยากเจอเธอแล้วพูดคำว่า บลัดดี้แมรี่ 3 ครั้งหน้ากระจกดูสิ

สุภาพสตรีสีน้ำตาลแห่งไรน์แฮมฮอลล์มีการรายงานว่าเป็นผีของเลดี้โดโรธีวอลโพล น้องสาวของนายกรัฐมนตรีโรเบิร์ตวอลโพล เป็นผีที่โด่งดังที่สุดในอังกฤษ มักปรากฏตัวในชุดคลุมสีน้ำตาลซึ่งเป็นชุดที่เลดี้โดโรธีชอบใส่ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่สามารถถ่ายภาพวิญญาณของเธอได้ในปี 1936 อีกด้วย

3
Feb

แม่มด แบลล์ ตำนานสยองแห่งป่าแบล็คฮิวล์

   เราคงเคยชมภาพยนตร์สุดหลอนชื่ออย่าง เรื่อง สอดรู้ สอดเห็น สอดเป็น สอดตาย ซึ่งเป็นหนังที่มีความสมจริงทั้งบรรยากาศและการถ่ายทำที่สมจริงอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นเพียงการถ่ายทำที่สมจริง แต่เนื้อเรื่องนั้นถูกสร้างมาจากบางส่วนของตำนาน แม่มด แห่งป่าแบล็คฮิวล์ ซึ่งถูกเล่าขานมานานนับศตวรรษ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 1785 ณ หมู่บ้านแบลล์ ที่ตั้งอยู่กลางป่า แบล็กฮิวล์รัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา เด็กสาวในเมืองหลายคนหายตัวไปอย่างลึกลับ ต่อมาได้พบศพเด็กหญิงถูกเชือดเพื่อนำเลือดมาทำพิธีกรรมบางอย่าง ชาวเมืองสงสัยหญิงสาวผู้หนึ่งชื่อว่า เอลลี่ เดคเวิร์ด และนำตัวเธอมาสอบสวน ชาวบ้านบางส่วนคาดว่าเธอคือผู้ลักพาตัวเด็กไป โดยตัวเธอเองมักชอบอยู่อย่างสันโดดในบ้านหลังใหญ่กลางป่า และหลักฐานเด็กหายคนล่าสุดใกล้ตัวเธอ ชาวเมืองตัดสินว่าเธอลักพาตัวเด็กไปทำพิธีกรรมบูชาซาตาน และกล่าวหาว่าเธอคือ แม่มด เธอโดนเนรเทศออกจากเมือง  และต่อมาผู้ที่กล่าวหาเธอและเด็กๆกว่าครึ่งหมู่บ้าน ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย  ชาวบ้านที่เหลืออยู่ต่างหวาดกลัวและหนีออกจากเมือง โดยสาบานว่าจะไม่กล่าวถึงชื่อเธออีก

ต่อมา ชาวบ้านกลายคนเห็นมือผู้หญิงขาวซีดกำลังลากเด็กหญิงวัย 10 ปีชื่อว่า ไอลีนทรีเคิลลงไปในห้วยน้ำเล็กๆ หลังจากนั้นอีก 13 วันต่อมาปรากฏกิ่งไม้รูปทรงประหลาดกั้นห้วยน้ำนั้นไว้ ผู้คนในเมืองมักเจอเหตุการณ์ประหลาดมากมาย ทั้งเสียเด็กผู้หญิงหัวเราะในยามค่ำ เสียงคนเดินรอบบ้านพวกเขาและกิ่งไม้ประหลาดลักษณะคล้ายมนุษย์ปรากฏอยู่ทั่วเมือง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ชวนสยองในบริเวณป่าแบล็กฮิลล์ ชาวเมืองพากันอพยพออกจาก หมู่บ้านแบลล์ และเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่และตั้งชื่อเมืองว่า เบอร์กิตส์วิลล์ แม้ว่าเรื่องราวของแม่มดแบลล์จะเป็นตำนานเล่าขาน แต่ความลึกลับก็ยังมีผู้พบเจอเหตุการณ์ประหลาดไม่น้อยในเมืองแห่งนี้

3
Feb

ไขปริศนาป่าอาถรรพ์ อะโอะกิงะฮะระ

 

     ป่า อะโอะกิงะฮะระ อยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิเป็นป่าที่มีลักษณะชื้น แม้ว่าจะดูเหมือนป่าธรรมชาติทั่วไปแต่ป่าแห่งนี้ถูกขนานว่าเป็นป่าอาถรรพ์ เนื่องจากมีคนเข้ามาฆ่าตัวตายทุกปี อะไรที่ทำให้คนเข้ามาฆ่าตัวตายกันที่นี้ พื้นป่าส่วนใหญ่เป็นหินภูเขาไฟและมีความแข็งยากที่จะเจาะทะลุได้ด้วยเครื่องมืออย่างพลั่วหรือเสียม เนื่องจากป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากจึงน้อยคนที่จะเหยียบย่ำเข้ามาในที่แห่งนี้

การฆ่าตัวตาย เริ่มต้นขึ้นราวปี 1950 ไม่มีการระบุสาเหตุการฆ่าตัวตายที่แน่ชัดในช่วงปีแรก มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายถึง 500 คน การฆ่าตัวตายดำเนินเรื่อยๆมา จนกระทั่งช่วงปี 2002 ได้มีการปักป้ายเตือนสติให้คนที่เข้ามาฆ่าตัวตายเปลี่ยนใจ ป่าแห่งนี้ถือว่ามีความลึกลับมากจนมีความเชื่อเรื่องภูตผีที่สิงอยู่ในป่า เชื่อว่ามีวิญญาณต้นไม้ หรือโคะดะมะ สิงสถิตย์อยู่ เหล่าวิญญาณของต้นไม้จะดูดเอาพลังงานชีวิตจากผู้เสียชีวิตกลับคืนเป็นพลังแห่งป่า เพื่อต้านภัยธรรมชาติและต้านภัยของมนุษย์หรือ หากพูดในแง่ความจริง สังคมของญี่ปุ่นนั้นมีความเครียดต่อการทำงานอย่างมากและการปรึกษาปัญหาในครอบครัวนั้นเป็นไปได้ยากจึงมีส่วนที่ทำให้คนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายได้

อะโอะกิงะฮะระเป็นสถานที่ยอดนิยมที่จะมีผู้มาฆ่าตัวตาย นึบว่าเป็นสถานที่ฆ่าตัวตายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเป็นอันดับสองรองจากสะพานโกลเดนเกตในซานฟรานซิสโก

3
Feb

หญิงสาวปากฉีก ตำนานปีศาจที่โด่งดังของญี่ปุ่น

   

    เป็นปีศาจตามตำนานเรื่องเล่าของญี่ปุ่นผู้ซึ่งผู้สามีของตัวเองทำร้ายโดยการใช้มีดฟันที่ปาก ตำนานของหญิงปากฉีกนั้นถูกเล่าต่อๆกันมาจนโด่งดังมากถึงปัจจุบัน ยังให้เกิดความตื่นตระหนกในหลายหัวเมือง ถึงขนาดที่มีรายงานข่าวว่าโรงเรียนต้องจัดครูคุ้มกันนักเรียนจนถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ และเจ้าพนักงานตำรวจต้องเพิ่มเวรยามรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน

ตำนานดั้งเดิมของหญิงปากฉีก ว่าด้วยมีหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งไม่ซื่อสัตย์ต่อสามีของตน สามีรู้เข้าจึงใช้ดาบซามูไรฟันเข้าที่ปากของหญิงสาวจนถึงใบหู หญิงสาวตายอย่างทรมานและอาฆาตแค้นสามีของตนจึงหลอกหลอนสามีรวมถึงผู้คนในระแวกนั้น

จนถึงช่วงยุค พุทธทศวรรษ 2500 ตำนานสาวปีกฉีกกลับมาเป็นที่ร่ำลือกันอีกครั้ง ว่ากันว่า เด็กบางคนเมื่อเดินอยู่ลำพังในยามวิกาลอาจพบหญิงสาวคนหนึ่งสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อป้องกันมิให้คนอื่นติดโรคของตัวไปด้วย หญิงนั้นจะหยุดเดินและถามเด็กว่า “ฉันสวยไหม” ถ้าเด็กบอกปัด หญิงนั้นจะล้วงกรรไกรออกมาตัดปากเด็กจนถึงแก่ความตาย ถ้าเด็กตอบรับ หญิงนั้นจะปลดหน้ากากอนามัยออก และยิ้มให้เด็กชมดู เผยให้เห็นปากที่ถูกแหวะจนถึงใบหูมีโลหิตท่วม แล้วถามเด็กนั้นอีกว่า “แล้วตอนนี้ฉันสวยไหม” ถ้าเด็กว่าไม่ หญิงนั้นจะล้วงกรรไกรมาตัดร่างกายเด็กออกเป็นสองท่อน ถ้าว่าใช่ หญิงสาวจะมอบความสวยงามให้แก่เด็กนั้นบ้างโดยเอากรรไกรตัดปากเด็กจนถึงใบหูเสีย ทำให้เด็กมีปากที่ฉีกเหมือนเธอ เด็กไม่อาจวิ่งหนีหญิงคนนั้นพ้นได้ เพราะหญิงสาวจะปรากฏต่อเด็กอีกจนกว่าจะได้ฆ่าเด็กผู้นั้นได้สำเร็จ