3
Feb

สำรวจสุสานใต้ดิน ปารีส

 

   เราได้เห็นฉากสุสานใต้ดินผ่าน ภาพยนตร์ระทึกขวัญ As Above So Below มาแล้ว ซึ่งสุสานใต้ดินนั้นมีอยู่จริงและมันอยู่ใต้เมืองปารีสจริงๆ สุสานใต้ดินแห่งนี้มีชื่อว่า Paris Catacombs สถานที่ซึ่งเป็นบ้านหลังสุดท้ายของร่างไร้วิญญาณกว่า 6,000,000 ชีวิต กับเรื่องเล่าขานความเฮี้ยนของสุสานใต้ดิน สถานที่ล่อใจคนชอบลองของ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ท้าให้นักท่องเที่ยวผู้กล้าได้ลองสัมผัส

ย้อนกลับไปในประเทศฝรั่งเศส กรุงปารีสเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ในศตวรรษที่ 17 ผู้คนที่เริ่มมีมากขึ้นและคนตายก็มากขึ้นไปด้วยจนทำให้สุสานเริ่มขาดแคลนที่ว่างในการฝังศพ เนื่องจากสุสานที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเริ่มมีเนื้อที่ในการฝังศพน้อยลง เมื่อไม่มีที่ฝังศพทางการจึงเริ่มนำศพวางไว้บริเวณใกล้เคียงกับหลุมศพทั้งหลาย จนเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นของศพและเชื้อโรค

ปี 1780 เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจนทำผนังของสุสานเลอ แซงโนซ็อองพังถล่มลงมา ทำให้ศพที่กำลังเน่าเปื่อยร่วงลงไปในย่านชุมชนจนทางการเริ่มเข้ามาแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ จนในปี 1786 เจ้าของเหมืองถ่านหินผู้ศรัทธาในคริสตศาสนา ได้อุทิศเหมืองให้ใช้เป็นสุสานแห่งใหม่พระเจ้าหลุยส์ที่สิบหกจึงมีการสนับสนุนการเคลื่อนย้ายศพเหล่านี้เข้าไปยังเหมืองเก่าของปารีส เวลาผ่านไปนับสิบปีการเคลื่อนย้ายศพถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆ จำนวนร่างไร้วิญญาณที่ถูกเคลื่อนย้ายมาไว้ที่นี่ก็เพิ่มทวีขึ้นหลายเท่าตัว จนต้องใช้วิธีการวางเรียงซ้อนกันขึ้นจนเป็นผนังหัวกะโหลกและกระดูกสูงท่วมหัว ส่วนศพของผู้เสียชีวิตใหม่ก็ถูกลำเลียงมาไว้ในนี้เช่นกัน และการเคลื่อนย้ายก็เสร็จสิ้นลงในปี 1860

ในปัจจุบัน สุสานใต้ดินแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมสถานที่ซึ่งคนใจกล้าเท่านั้นที่กล้าเข้าไปลองชมสถานที่ซึ่งมีโครงกระดูกของร่างไร้วิญญาณจำนวนมาก

แปลและเรียบเรียงโดยทีมงาน sbo ประเทศไทย

3
Feb

ผีที่โด่งดังในยุโรป

   ในชาติยุโรปนั้นมีความเชื่อวิญญาณ โดยส่วนมากนั้นวิญญาณของยุโรปนั้นจะเป็นคนชนชั้นสูงหรือบุคคลสำคัญ รวมถึงผู้ที่ทำผิดต่างๆ จึงถูกลงโทษและสาปให้เป็นวิญญาณสิงสถิตอยู่ในที่แห่งนั้น ในยุโรปนั้นมีตำนานเรื่องราวมากมาย มีเรื่องใดบ้างไปชมกันเลย

นักล่าแห่งพงไพร เป็นตำนานพื้นบ้านของยุโรปที่นักล่ามักจะเป็นบุคคลที่ตายแล้วหรือเทวดาที่สามารถติดต่อโลกแห่งความตายได้โดยจะปรากฏตัวเป็นกองทัพ

ชายขี่ม้าหัวขาดเป็นปีศาจที่มีอยู่ในตำนานพื้นบ้านในช่วงยุคกลางโดยจะเป็นบุรุษขี่ม้าสีดำและไม่มีหัว ว่ากันว่า อดีตคือทหารร่วมรบในสงครามและหนีทัพ จนถูกจับได้และตัดสินโทษตัดหัว บางตำนานเล่าว่า มันจะไล่สังหารผู้คนโดยการตัดศีรษะ หรือบางตำนานเล่าว่าชายขี่ม้าหัวขาดมักใช้ฝักทองมาทำแทนหัวของตัวเอง

สุภาพสตรีสีขาว มักพบเห็นทั่วไปในชนบท เป็นลักษณะของหญิงสาวปรากฏกายในรูปแบบสีขาวโพลน ว่ากันว่า หญิงสาวผู้นี้ผิดหวังในความรักและตายในที่สุด วิญญาณของเธอมักนั่งรอคอยใครสักคนอยู่

บลัดดี้แมรี่ ตำนานผีอันโด่งดังเชื่อกันว่า เธอสามารถมองเห็นอนาคตของคนผู้นั้นผ่านกระจก ในทุกวันฮาโลวีนมักมีการเล่น บลัดดี้แมรี่ เพื่อให้เห็นเธอปรากฏในกระจก ถ้าคุณอยากเจอเธอแล้วพูดคำว่า บลัดดี้แมรี่ 3 ครั้งหน้ากระจกดูสิ

สุภาพสตรีสีน้ำตาลแห่งไรน์แฮมฮอลล์มีการรายงานว่าเป็นผีของเลดี้โดโรธีวอลโพล น้องสาวของนายกรัฐมนตรีโรเบิร์ตวอลโพล เป็นผีที่โด่งดังที่สุดในอังกฤษ มักปรากฏตัวในชุดคลุมสีน้ำตาลซึ่งเป็นชุดที่เลดี้โดโรธีชอบใส่ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่สามารถถ่ายภาพวิญญาณของเธอได้ในปี 1936 อีกด้วย

3
Feb

แม่มด แบลล์ ตำนานสยองแห่งป่าแบล็คฮิวล์

   เราคงเคยชมภาพยนตร์สุดหลอนชื่ออย่าง เรื่อง สอดรู้ สอดเห็น สอดเป็น สอดตาย ซึ่งเป็นหนังที่มีความสมจริงทั้งบรรยากาศและการถ่ายทำที่สมจริงอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นเพียงการถ่ายทำที่สมจริง แต่เนื้อเรื่องนั้นถูกสร้างมาจากบางส่วนของตำนาน แม่มด แห่งป่าแบล็คฮิวล์ ซึ่งถูกเล่าขานมานานนับศตวรรษ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 1785 ณ หมู่บ้านแบลล์ ที่ตั้งอยู่กลางป่า แบล็กฮิวล์รัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา เด็กสาวในเมืองหลายคนหายตัวไปอย่างลึกลับ ต่อมาได้พบศพเด็กหญิงถูกเชือดเพื่อนำเลือดมาทำพิธีกรรมบางอย่าง ชาวเมืองสงสัยหญิงสาวผู้หนึ่งชื่อว่า เอลลี่ เดคเวิร์ด และนำตัวเธอมาสอบสวน ชาวบ้านบางส่วนคาดว่าเธอคือผู้ลักพาตัวเด็กไป โดยตัวเธอเองมักชอบอยู่อย่างสันโดดในบ้านหลังใหญ่กลางป่า และหลักฐานเด็กหายคนล่าสุดใกล้ตัวเธอ ชาวเมืองตัดสินว่าเธอลักพาตัวเด็กไปทำพิธีกรรมบูชาซาตาน และกล่าวหาว่าเธอคือ แม่มด เธอโดนเนรเทศออกจากเมือง  และต่อมาผู้ที่กล่าวหาเธอและเด็กๆกว่าครึ่งหมู่บ้าน ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย  ชาวบ้านที่เหลืออยู่ต่างหวาดกลัวและหนีออกจากเมือง โดยสาบานว่าจะไม่กล่าวถึงชื่อเธออีก

ต่อมา ชาวบ้านกลายคนเห็นมือผู้หญิงขาวซีดกำลังลากเด็กหญิงวัย 10 ปีชื่อว่า ไอลีนทรีเคิลลงไปในห้วยน้ำเล็กๆ หลังจากนั้นอีก 13 วันต่อมาปรากฏกิ่งไม้รูปทรงประหลาดกั้นห้วยน้ำนั้นไว้ ผู้คนในเมืองมักเจอเหตุการณ์ประหลาดมากมาย ทั้งเสียเด็กผู้หญิงหัวเราะในยามค่ำ เสียงคนเดินรอบบ้านพวกเขาและกิ่งไม้ประหลาดลักษณะคล้ายมนุษย์ปรากฏอยู่ทั่วเมือง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ชวนสยองในบริเวณป่าแบล็กฮิลล์ ชาวเมืองพากันอพยพออกจาก หมู่บ้านแบลล์ และเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่และตั้งชื่อเมืองว่า เบอร์กิตส์วิลล์ แม้ว่าเรื่องราวของแม่มดแบลล์จะเป็นตำนานเล่าขาน แต่ความลึกลับก็ยังมีผู้พบเจอเหตุการณ์ประหลาดไม่น้อยในเมืองแห่งนี้

3
Feb

ไขปริศนาป่าอาถรรพ์ อะโอะกิงะฮะระ

 

     ป่า อะโอะกิงะฮะระ อยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิเป็นป่าที่มีลักษณะชื้น แม้ว่าจะดูเหมือนป่าธรรมชาติทั่วไปแต่ป่าแห่งนี้ถูกขนานว่าเป็นป่าอาถรรพ์ เนื่องจากมีคนเข้ามาฆ่าตัวตายทุกปี อะไรที่ทำให้คนเข้ามาฆ่าตัวตายกันที่นี้ พื้นป่าส่วนใหญ่เป็นหินภูเขาไฟและมีความแข็งยากที่จะเจาะทะลุได้ด้วยเครื่องมืออย่างพลั่วหรือเสียม เนื่องจากป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากจึงน้อยคนที่จะเหยียบย่ำเข้ามาในที่แห่งนี้

การฆ่าตัวตาย เริ่มต้นขึ้นราวปี 1950 ไม่มีการระบุสาเหตุการฆ่าตัวตายที่แน่ชัดในช่วงปีแรก มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายถึง 500 คน การฆ่าตัวตายดำเนินเรื่อยๆมา จนกระทั่งช่วงปี 2002 ได้มีการปักป้ายเตือนสติให้คนที่เข้ามาฆ่าตัวตายเปลี่ยนใจ ป่าแห่งนี้ถือว่ามีความลึกลับมากจนมีความเชื่อเรื่องภูตผีที่สิงอยู่ในป่า เชื่อว่ามีวิญญาณต้นไม้ หรือโคะดะมะ สิงสถิตย์อยู่ เหล่าวิญญาณของต้นไม้จะดูดเอาพลังงานชีวิตจากผู้เสียชีวิตกลับคืนเป็นพลังแห่งป่า เพื่อต้านภัยธรรมชาติและต้านภัยของมนุษย์หรือ หากพูดในแง่ความจริง สังคมของญี่ปุ่นนั้นมีความเครียดต่อการทำงานอย่างมากและการปรึกษาปัญหาในครอบครัวนั้นเป็นไปได้ยากจึงมีส่วนที่ทำให้คนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายได้

อะโอะกิงะฮะระเป็นสถานที่ยอดนิยมที่จะมีผู้มาฆ่าตัวตาย นึบว่าเป็นสถานที่ฆ่าตัวตายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเป็นอันดับสองรองจากสะพานโกลเดนเกตในซานฟรานซิสโก

3
Feb

หญิงสาวปากฉีก ตำนานปีศาจที่โด่งดังของญี่ปุ่น

   

    เป็นปีศาจตามตำนานเรื่องเล่าของญี่ปุ่นผู้ซึ่งผู้สามีของตัวเองทำร้ายโดยการใช้มีดฟันที่ปาก ตำนานของหญิงปากฉีกนั้นถูกเล่าต่อๆกันมาจนโด่งดังมากถึงปัจจุบัน ยังให้เกิดความตื่นตระหนกในหลายหัวเมือง ถึงขนาดที่มีรายงานข่าวว่าโรงเรียนต้องจัดครูคุ้มกันนักเรียนจนถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ และเจ้าพนักงานตำรวจต้องเพิ่มเวรยามรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน

ตำนานดั้งเดิมของหญิงปากฉีก ว่าด้วยมีหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งไม่ซื่อสัตย์ต่อสามีของตน สามีรู้เข้าจึงใช้ดาบซามูไรฟันเข้าที่ปากของหญิงสาวจนถึงใบหู หญิงสาวตายอย่างทรมานและอาฆาตแค้นสามีของตนจึงหลอกหลอนสามีรวมถึงผู้คนในระแวกนั้น

จนถึงช่วงยุค พุทธทศวรรษ 2500 ตำนานสาวปีกฉีกกลับมาเป็นที่ร่ำลือกันอีกครั้ง ว่ากันว่า เด็กบางคนเมื่อเดินอยู่ลำพังในยามวิกาลอาจพบหญิงสาวคนหนึ่งสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อป้องกันมิให้คนอื่นติดโรคของตัวไปด้วย หญิงนั้นจะหยุดเดินและถามเด็กว่า “ฉันสวยไหม” ถ้าเด็กบอกปัด หญิงนั้นจะล้วงกรรไกรออกมาตัดปากเด็กจนถึงแก่ความตาย ถ้าเด็กตอบรับ หญิงนั้นจะปลดหน้ากากอนามัยออก และยิ้มให้เด็กชมดู เผยให้เห็นปากที่ถูกแหวะจนถึงใบหูมีโลหิตท่วม แล้วถามเด็กนั้นอีกว่า “แล้วตอนนี้ฉันสวยไหม” ถ้าเด็กว่าไม่ หญิงนั้นจะล้วงกรรไกรมาตัดร่างกายเด็กออกเป็นสองท่อน ถ้าว่าใช่ หญิงสาวจะมอบความสวยงามให้แก่เด็กนั้นบ้างโดยเอากรรไกรตัดปากเด็กจนถึงใบหูเสีย ทำให้เด็กมีปากที่ฉีกเหมือนเธอ เด็กไม่อาจวิ่งหนีหญิงคนนั้นพ้นได้ เพราะหญิงสาวจะปรากฏต่อเด็กอีกจนกว่าจะได้ฆ่าเด็กผู้นั้นได้สำเร็จ

3
Feb

ผีในชาติต่างๆ

   หากพูดถึงผีนั้นเราคงนึกถึง ผีในรูปแบบต่างๆในหนังผีที่ชอบโผ่ลออกมาให้ตกใจ ซึ่งผีแต่ละชาตินั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันตามความเชื่อของคนชาตินั้น

ญี่ปุ่น ผีญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นความเชื่อของปีศาจซึ่งปีศาจในญี่ปุ่นมีมากมาย ที่เรารู้จักกันเช่น ผีสาวปากฉีก, ฮานาโกะซัง, โอนิบาบา, เทะเกะ เทะเกะ ซึ่งเป็นตำนานเล่าขานกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในหนังผีนั้นส่วนมากจะเป็นผีผู้หญิง ผมคลุมหน้า หรือมีตัวขาวซีด เช่น ผีคายาโกะ, ผีซาดาโกะ

เกาหลี ผีเกาหลีนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผีผู้หญิงผมยาวและมักสวมชุดฮันบก มีตัวที่ขาวซีดมีเลือดออกจากปากและจมูก เชื่อกันว่าคือผู้หญิงที่ตายด้วยแรงอาฆาต หรือ ถูกทิ้งจนต้องฆ่าตัวตาย ผีโบราณอีกชนิดหนึ่งของเกาหลีคือผีหัวไข่ลักษณะจะใส่ชุดขาว หัวโตไม่มีตา จมูก ปาก ก็เลยเรียกผีหัวไข่ เป็นผีที่ไม่พูด แบกของเดินไปมา สามารถเจอได้ตามทางเดินบนภูเขา หรือ ซอยในทางกลับบ้านที่ไม่มีคนเดิน

จีน ผีจีนนั้นเรามักจะคุ้นเคยและคิดเสมอว่าผีจีนส่วนใหญ่ที่เป็นผีกัด มีลักษณะเป็นผีดูดเลือดคล้ายแวมไพร์หรือแดรกคูล่า ผีกัด หรือ เจียงซือเป็นความเชื่อในทางไสยศาสตร์ของลัทธิเต๋าหรือเหมาซาน ชาวจีนมีความเชื่อว่า เมื่อมีผู้ตายลง ศพจะต้องถูกฝังในบ้านเกิด ในสมัยโบราณการคมนาคมเป็นไปอย่างลำบาก จึงมีการทำพิธีปลุกศพให้ลุกขึ้นมากระโดดตามตัวเป็นขบวน โดยมีการการสั่นกระดิ่งเป็นเครื่องให้จังหวะ ซึ่งถือว่าเป็นพิธีลับห้ามให้ผู้คนทั่วไปเห็น

ไทย ตามความเชื่อคือคนที่ตายโหงหรือตายด้วยความห่วงหา ทำให้วิญาณไม่ไปไหนและยังวนเวียนอยู่บริเวณนั้น หรือผีไทยเกิดจากคนที่ชอบเล่นไสยศาสตร์ มนต์ดำ จนไม่สามารถควบคุมได้จนต้องกลายเป็นผี อย่าง ผีโพง ผีกะ ผีปอบ